| ติดต่อเรา |
![]() ![]() ![]() |
| หน้าแรก | เว็บบอร์ด | สมัครสมาชิก | บทความ | เกี่ยวกับชมรม | ติดต่อ Web Master | sitemap |
![]() |
เกี่ยวกับชมรม RichDadThai
เกี่ยวกับสมาชิก RichDadThai คงไม่ผิดนักที่ตรงนี้ยังไม่มีอะไรเขียน ขอให้ทุกท่านร่วมกันเขียนตำนานบทที่หนึ่ง จากจุดนี้ การเดินทางหมื่นลี้ต้องเริ่มต้นจากก้าวแรกเสมอ |
|||||||||||||||||||||||||||
![]() |
.................................................................................... เพื่อให้เพื่อนๆพี่ๆน้องทุกท่านที่ผ่านเข้ามาในสังคมของ RDT นี้ได้รู้จักเรามากขึ้น เราจึงนำบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับชมรม RDT ของเราที่ได้ตีพิมพในนิตยสาร Financial Freedom ฉบับที่ 1 มาลงให้เพื่อนๆที่เข้ามาใหม่ในสังคมแห่งนี้ได้รับทราบเเละเข้าใจแนวทางของเรามากขึ้นนะครับ .................................................................................... สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านนิตยสาร Financial Freedom ทุกท่าน สำหรับคอลัมน์ Wisdom Society นี้จะเป็นคอลัมน์ที่พาทุกท่านไปทำความรู้จักกับชมรม กลุ่ม หรือสังคมต่าง ๆ ทั้งใน และต่างประเทศ ที่รวมตัวกันด้วยวัตถุประสงค์ที่จะเผยแพร่แนวคิด และภูมิปัญหาทางด้านการเงิน การลงทุน แก่สมาชิก และบุคคลทั่วไป และฉบับปฐมฤกษ์นี้ เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ ชมรมพ่อรวยสอนลูกแห่งประเทศไทย หรือ RDT โดยผู้ที่จะมาให้ข้อมูลกับเราเกี่ยวกับความเป็นมาของชมรมนี้ ก็เป็นผู้ก่อตั้งชมรมเองเลยทีเดียว 1. แนะนำตัวนิดนึงครับ ชื่อ เกียรติศักดิ์ ลีลาวโรภาส ชื่อเล่นก็โจ้ครับ การศึกษาปริญญาตรีที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทบริหารธุรกิจ (MBA) ที่คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชีที่จุฬาฯเหมือนกันครับ ตอนนี้ทำธุรกิจส่วนตัวเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดทำระบบ ISO และการจัดการในโรงงานอุตสาหกรรม อีกธุรกิจที่ทำก็เป็นการจัดฝึกอบรมสัมมนาเกี่ยวกับการลงทุน และการสร้างธุรกิจครับ 2. RichdadThai มีจุดเริ่มต้น หรือที่มาอย่างไร? จุดเริ่มต้นมาจากผม และเพื่อนๆ กลุ่มหนึ่งได้อ่านหนังสือชุด พ่อรวยสอนลูก แล้วรู้สึกว่ามันมีอะไรที่ซ่อนอยู่มากกว่าการแค่เป็นหนังสือขายดีเล่มหนึ่งเท่านั้น เราได้พยายามแสวงหาเกมกระแสเงินสดที่มีพูดถึงในหนังสือว่ามันดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ ในตอนที่เราเริ่มสนใจตัวเกมนี้ก็ราวๆประมาณปี 44 - 45 ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้มีการทำออกมาเป็นภาษาไทย มีแต่ที่เป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ซึ่งก็ต้องซื้อจากต่างประเทศเช่นกัน ส่วนราคาก็ทำให้ต้องคิดหนักเลย เพราะมันประมาณ 200 เหรียญสหรัฐ เป็นเงินไทยในช่วงนั้นก็ประมาณเกือบหมื่นบาท แต่ในที่สุดก็มีเพื่อนคนหนึ่งตัดสินใจซื้อมา (ความบ้ามีจริง) พวกเราทุกคนก็เลยได้ทดลองเล่นมัน หลังจากเล่นเราได้ข้อสรุปตรงกันว่า มันมีความรู้ที่ซ่อนอยู่มากกว่าความเป็นเกมกระดานมากมายมหาศาล จากนั้นมาเราก็พยายามหาเวลารวมกลุ่มเล่นกันเท่าที่โอกาสจะอำนวย หลังจากที่ได้เล่น และได้แลกเปลี่ยนมุมมองกันในหมู่เพื่อนๆที่สนิทกันมาซักระยะหนึ่ง เราก็รู้สึกว่าในเมืองไทยเองก็มีคนที่สนใจเรื่องนี้เยอะพอสมควร สังเกตได้จากยอดขายหนังสือตระกูลนี้ติดอยู่ในอันดับต้นๆอยู่เรื่อยๆ เราก็เลยคิดกันว่า พวกเราน่าจะลองขยายกลุ่มให้ใหญ่ขึ้นกว่านี้ได้ โดยคิด ง่าย ๆ ว่าถ้ามีคนที่มาแลกเปลี่ยนความรู้กันมากขึ้น มันน่าจะเป็นแรงผลักดันในเกิดการเปลี่ยนแปลงระบบความคิดบางอย่างในสังคมเราได้ เราก็เลยลองเชิญเพื่อนๆ ที่ห่างๆ ออกไป หลายๆ ครั้งเราก็ลองไปโพสตามเว็บต่างๆ ชวนคนที่สนใจมาเล่นเกมนี้ด้วยกัน ก็มีทั้งที่มีคนสนใจเข้ามา และบางครั้งก็แทบไม่มีเลย หลายๆ ครั้งเราก็ถูกมองว่าเป็นพวก MLM และคิดจะหลอกพวกเค้าให้ไปร่วมในธุรกิจ ผ่านการเล่นเกม (ซึ่งในความเป็นจริงก็มี MLM บางกลุ่มทำเช่นนั้นจริงๆ) ในกลุ่มพวกเราบางคนก็เริ่มท้อ เริ่มเบื่อหน่าย ในที่สุดก็เลิกกันไป จนในที่สุดคืนวันหนึ่งผมกันรุ่นน้องที่ชื่อหนุ่มก็ได้มานั่งคุยกันที่ร้านขายโอวัลตินแถวๆบ้าน เราก็คิดกันว่าจะเอายังไงกับตรงนี้ต่อไปดี ไอเดียหนึ่งก็ผุดขึ้นมาว่า ที่ผ่านมาปัญหาส่วนใหญ่คือคนไม่เข้าใจเราว่าเรากำลังทำอะไร เค้าถึงไม่กล้าเข้ามาร่วมกิจกรรมกับเรา เพราะสังเกตได้จากคนที่เข้ามาร่วมกับเราแล้ว เขาก็พอใจ และขอบคุณเราที่เชิญเขาเข้ามา ดังนั้นโจทย์ของเรา คือ ต้องทำให้คนอื่นเข้าใจเราให้ได้ว่าที่เรากำลังทำนั้นมีวัตถุประสงค์อะไร และมันไม่ใช่สิ่งที่เค้ากลัว แนวความคิดเรื่องการตั้งเป็นกลุ่ม RichdadThai (RDT) จึงเกิดขึ้น และก็ต้องขอขอบคุณพี่ท่านหนึ่งที่มีพระคุณต่อ RDT เป็นอย่างมากก็คือ พี่บ๊อบ โอฬาร ภัทรกอบกิตติ์ ที่กรุณาเสียสละเวลามาเป็นวิทยากรรับเชิญในการจัดกิจกรรมครั้งแรกของเรา และในเกือบทุกครั้งจนถึงปัจจุบันนี้ จริงๆแล้วเหตุการณ์ที่ได้เข้าไปรู้จักพี่บ๊อบมันไม่น่าเป็นไปได้เลย คือว่า ตอนนั้นหลังจากที่เราคิดแล้วว่าควรจะสร้างกลุ่ม RDT ที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจนขึ้นมา แต่ก็ยังติดปัญหาเดิมคือ แล้วทำยังไงคนส่วนใหญ่ถึงจะรู้ว่าเราคิดอะไรกันอยู่ หนุ่มก็เสนอว่าจะลองอีเมล์ไปคุยกับผู้ที่แปลหนังสือในตระกูลนี้ดู และเชิญท่านมาเป็นวิทยากรในงานเปิดตัวชมรม RDT ซึ่งตอนนั้นก็มีผู้แปล 2-3 ท่านที่ได้ลงอีเมล์ไว้ในหนังสือ พี่บ๊อบก็เป็นหนึ่งในนั้น ตอนที่เราเมล์ไปก็ไม่มั่นใจว่าจะมีใครตอบเราหรือไม่ แต่สุดท้ายพี่บ๊อบก็เมล์ตอบกลับมา (ภายหลังมาทราบว่าตั้งแต่หนังสือเล่มนี้วางขาย เราเป็นคนแรกและคนเดียวในช่วงนั้นที่เมล์ไปหาแก) แต่ก็บอกว่าอยากคุยในรายละเอียดก่อน และก็นัดเราไปคุยที่แถวๆ ตลาดหลักทรัพย์ แต่ปัญหาต่อมาก็คือ เราก็ยังกังวลว่าพี่เค้าจะคิดค่าวิทยากรแพงหรือไม่ เพราะจากที่ได้คุยกับพี่เค้าในเบื้องต้นก็ทราบว่า นอกจากที่พี่บ๊อบจะเป็นผู้แปลหนังสือเล่ม Who took my money : ใครเอาเงินของฉันไป แล้ว พี่บ๊อบยังเป็นคนแปลเกมกระแสเงินสดภาคภาษาไทยให้กับซีเอ็ด และยังเป็นแชมป์แฟนพันธุ์แท้ตลาดหุ้นไทยอีกด้วย แต่เมื่อได้เข้าไปคุยกับพี่บ๊อบแล้วก็พบว่าพี่บ๊อบเป็นพี่ที่น่ารักมาก แกยินดีจะสนับสนุนพวกเราเต็มที่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายอะไร และแกยังเป็นที่ปรึกษาในการช่วยสร้างกลุ่ม RDTให้เข้มแข็งขึ้นมาอีกด้วย ดังนั้นงานเปิดตัวชมรม RDT จึงเกิดขึ้นในวันที่ 26 มิ.ย. 48 โดยมีพี่บ๊อบเป็นวิทยากรรับเชิญในงาน 3. วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งชมรม RichdadThai คือ อะไรครับ? วัตถุประสงค์ของชมรมก็คือ เพื่อรวมกลุ่มคนที่มีความสนใจและต้องการนำเอาแนวคิดดีดีที่ได้จากหนังสือตระกูล พ่อรวยสอนลูก นี้ไปใช่ประโยชน์ให้เกิดขึ้นในชีวิตจริงของแต่ละคนได้ โดยเมื่อมีการรวมกลุ่มแล้ว แต่ละคนก็สามารถได้แลกเปลี่ยนมุมมองประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ซึ่งกันและกัน และก็ทำให้ทุกคนรู้ว่าไม่เดินอยู่บนเส้นทางนี้แต่เพียงลำพังเท่านั้น ยังมีเพื่อนๆร่วมเส้นทางอีกมากมาย 4. แนวคิดหลัก (Concept) ของชมรมนี้ คือ อะไร? ในเส้นทางสู่อิสรภาพทางการเงินนั้น เราเน้นความสำคัญของการเรียนรู้ให้เข้าใจในสิ่งที่เราเลือกทำครับ เราไม่สนับสนุนให้คนยึดติดกับเครื่องมือนั้นเครื่องมือนี้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ทองคำ ฯลฯ โดยที่ไม่เข้าใจมันจริงๆ ว่าเครื่องมือนั้นๆ มันมีคุณลักษณะอย่างไร อะไรคือข้อดีข้อเสียของมัน หรือแห่ตามชาวบ้านโดยไม่ได้พิจารณาว่าอะไรเหมาะสมกับตัวเองมากน้อยแค่ไหน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาให้เห็นได้จากการเล่นเกมกระแสเงินสด หลายคนไปยึดติดวิธีการเอาชนะเกมว่าจะต้องซื้อหุ้นก่อน แล้วจึงขายทำกำไร แล้วไปซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างกระแสเงินสดเท่านั้น จริงแล้ววิธีการนี้มันเหมาะสมสำหรับบางสถานการณ์ บางกติกาเท่านั้น คนที่เล่นเกมโดยยึดติดวิธีการแบบนี้ก็จะไม่สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้เลย เพราะกติกาในชีวิตจริงมันต่างออกไป แต่ถ้าเราสามารถทำความเข้าใจคุณลักษณะของเครื่องมือแต่ละอย่างได้ เข้าใจเป้าหมายของเราเองว่าต้องการไปทางไหน เข้าใจกติกาของแต่ละเกมที่แตกต่างนั้นได้ สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการ และเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสมได้ ทักษะอันนี้คุณก็สามารถเอาไปใช้เล่มเกมชีวิตจริงในโลกแห่งความเป็นจริงได้เสมอ 5. ในความคิดของคุณโจ้ ชมรม RichdadThai มีความแตกต่าง หรือพิเศษกว่าชมรมทางการเงินอื่น ๆ อย่างไร? อืม... ผมไม่ทราบนะครับว่าชมรมอื่นจะเป็นยังไง เพราะผมก็ไม่ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมด้วย ตรงนี้ผมขอไม่เปรียบเทียบก็แล้วกัน เอาเป็นว่าแนวคิดของชมรมเราก็คือ การสนับสนุนให้ทุกคนคิดเป็น แก้ปัญหาชีวิตตัวเองได้ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่อยู่ร่วมกัน ไม่ใช่ผู้ที่จะมีหน้าที่ตัดสินใจแทน หรือเป็นผู้ลงมือแก้ปัญหาให้ใคร เขาเป็นได้แค่ผู้ให้คำแนะนำ ผู้ที่จะต้องตัดสินใจเลือกคำแนะนำไปใช้ คือตัวคนๆนั้น และผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจก็คือ เจ้าตัวเอง ฉะนั้นในการพูดคุยกัน เรามักมีข้อตกลงกันอย่างหนึ่งว่าถ้ามีการถามคำถามกันในเว็บบอร์ด ผู้ตอบจะไม่ฟันธงว่าต้องให้ผู้ถามทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่จะถามหรือตอบเพื่อให้เค้าคิดได้ด้วยตัวเองว่า เขาควรจะแก้ปัญหาของเค้ายังไงครับ 6. ปัจจุบันมีสมาชิกชมรมอยู่เท่าไหร่? ถึงตอนนี้สมาชิกที่สมัครเข้ามาในเว็บบอร์ดของเราก็ประมาณ 600-700 คน (ส.ค. 49 ) และในจำนวนนี้ก็มีส่วนหนึ่งที่โอกาสเข้ามาร่วมกิจกรรมที่เราจัดทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัดหมุนเวียนกันไป ที่เห็นหน้าค่าตากันแล้วก็จะประมาณ 100-200 คนได้ ที่เหลือบางส่วนก็อยู่ไกล (ทั้งที่อยู่ต่างจังหวัด และต่างประเทศ) แต่ก็มีพูดคุยกันเป็นประจำผ่านเว็บบอร์ดครับ 7. กิจกรรมหลัก ๆ ของชมรมในปัจจุบันมีอะไรบ้าง ตอนนี้กิจกรรมที่มี RDT จัดเป็นประจำก็จะมี 8. Staff หรือทีมงานในปัจจุบัน มาจากที่ไหน? ก็มาจากทุกๆ คนที่เข้ามาร่วมกิจกรรมของเรา ถ้าใครพอที่จะสะดวก และยินดีที่จะเสียสละเวลามาช่วยกันจัดกิจกรรม พวกเราก็ยินดีต้อนรับเสมอครับ 9. มองสังคมไทยในปัจจุบันอย่างไรบ้าง? สังคมไทยในขณะนี้ ผมมองว่าเป็นสังคมบริโภคนิยมที่ยึดติดกับวัตถุมากจนเกินความพอดีแล้ว เราถูกกระแสต่างๆดึงออกไปจาก เด็กไทยสมัยนี้แทบจะเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือกันทุก 3 เดือน ต้องมีฟังก์ชั่นใหม่ๆไม่น้อยหน้าเพื่อนๆ ต้องถ่ายรูปได้ ต้องมี Bluetooth ต้องมี... ฯลฯ จนลืมไปแล้วว่าความพอดีความเหมาะสมมันอยู่ตรงไหน และคนในสังคมเรายังขาดกระบวนการคิด ไตร่ตรอง วิเคราะห์ แยกแยะ ด้วยหลักเหตุและผล จึงถูกชักจูงให้เชื่ออะไรได้ง่ายๆ เห็นได้อย่างช่วงก่อนที่มีข่าวคนแห่ไปกราบไหว้แผ่นเจลลดไข้กัน ซึ่งถ้าเราทุกคนนิ่งเฉยไม่ทำอะไร ผมว่าผมเป็นห่วงลูกหลานของเราที่จะต้องอยู่ในสังคมนี้ต่อไปในอนาคตนะครับ 10. ในฐานะชมรมทางการเงินชมรมหนึ่ง RichdadThai จะมีส่วนช่วยสังคมของเราได้อย่างไรบ้าง? ในส่วนที่เราพอจะทำได้ก็คือ เราจะช่วยเผยแพร่มุมมองแนวคิดทางการเงิน (และอื่นๆ) ที่เราเชื่อมั่นว่าเหมาะสม และเป็นประโยชน์ให้แก่คนในสังคม 11. ความคาดหวังในอนาคต ผมอยากให้ต่อไปข้างหน้าประเทศของเรามีการรวมกลุ่มกันทางความคิดของคนมากขึ้น เพื่อช่วยผลักดันแนวคิดที่ดีมากขึ้น สังคมเราควรจะสามารถสะสมภูมิปัญญา และสร้างองค์ความรู้ของเราได้มากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะเป็นแค่ผู้บริโภคสื่อ และต้องไหลไปตามกระแสความคิดของสังคมโลก ซึ่งมันก็มีทั้งที่ดีและไม่ดี เราต้องคิดเองได้ว่าอะไรเหมาะ อะไรควรหรือไม่ครับ 12. ถ้าสนใจอยากเป็นสมาชิก หรือเข้าร่วมกิจกรรมกับ RichdadThai ต้องทำอย่างไรบ้าง? ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ ทุกท่านที่สนใจสามารถเข้ามาที่เว็บไซต์ของเรา สมัครเป็นสมาชิกได้ฟรีตลอดครับ จากนั้นก็สามารถเข้ามาพูดคุยสอบถามแลกเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ส่วนถ้าสนใจอยากเข้าร่วมกิจกรรมต่างของทางเรา ก็ติดตามการนัดหมายต่างๆได้ทางเว็บบอร์ดของเราครับ จะมีแจ้งอยู่เรื่อยๆว่า ในคราวถัดๆไปจะมีการจัดกิจกรรมอะไร เมื่อไหร่ และที่ไหนครับ .................................................................................... |
| Total unique visitors are
Last updated:
13-Jul-2005
© Copyright 2005 RichDadThai.com. All Rights Reserved. Thanks to Bizkons for supporting this website and club |
||