ติดต่อเรา
 
หน้าแรก เว็บบอร์ด สมัครสมาชิก บทความ เกี่ยวกับชมรม ติดต่อ Web Master sitemap
RichdadThai.com

Wealth Dynamics profiles ของ ผู้แต่ง คิดเป็นเห็นทางรวย

ฟอรัมเกี่ยวแนวคิด/ความรู้พื้นฐานที่สำคัญ สำหรับการก้าวสู่อิสรภาพทางการเงิน, แนวคิด Rich Dad's Series หนังสือเล่มอื่น ๆ บทความ สื่อ และคำพูดคำบอกเล่า

Moderator: Tanchaijo

Wealth Dynamics profiles ของ ผู้แต่ง คิดเป็นเห็นทางรวย

โพสต์โดย NYU » พฤหัสฯ. 25 ส.ค., 2005 12:22

ไปดูได้ตามเว็บนี้ครับ
http://www.resultsfoundation.com/public ... _links.htm

คุณจะเห็นตัวเป็นๆ ของ Roger Hamilton

แต่ต้องหาคนช่วยแปลเองนะครับ
ถ้าเจอผม ก็พอจะช่วยได้ครับ :wink:


หรือลองไปอ่านดูก่อนที่นี่ก็ได้ครับ
http://www.winkandgrowrich.co.nz/wealth ... index.html :wink:

สรุปแล้ว ช่างทั้ง 8 คน ยกเว้นช่างไม้
ก็คือ 1 ใน Wealth Dynamics profiles
1. CREATOR
2. STAR
3. SUPPORTER
4. DEAL MAKER
5. TRADER
6. ACCUMULATOR
7. LORD
8. MECHANIC

ลองทายกันดูซิว่า ช่างแต่ละคนเป็น profile ประเภทไหนครับ :?: :?:
ภาพประจำตัวสมาชิก
NYU
Runner
Runner
 
โพสต์: 220
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 28 มิ.ย., 2005 22:15

โพสต์โดย Davinci » พฤหัสฯ. 25 ส.ค., 2005 13:40

ขออ่านก่อนครับ แล้วเดี๋ยวจะมาตอบ

ได้อ่าน Wink อีกรอบแหง...

ขอบคุณมากคับผม
ภาพประจำตัวสมาชิก
Davinci
ผู้ก่อตั้ง
ผู้ก่อตั้ง
 
โพสต์: 1508
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 27 มิ.ย., 2005 20:38

โพสต์โดย NYU » จันทร์ 29 ส.ค., 2005 22:51

ขณะที่รอเพื่อนๆตอบกัน
ผมขอทำการแกะในสิ่งที่ โรเจอร์ คนแต่งคิดเป็นเห็นทางรวย
พูดไว้ในที่ผมโพสต์ไว้ให้แล้วกันนะครับ
http://www.resultsfoundation.com/public ... _links.htm

(ผมเน้นความหมายความเข้าใจนะครับ
ผมไม่เน้นความสวยหรูของคำแปลนะครับ)

The wealth paradox
ความหมายที่ขัดแย้งกันของคำว่าความมั่งคั่ง

ความมั่งคั่ง มันไม่ได้หมายถึง ตัวเงิน
ความหมายที่ขัดแย้งกันของคำว่าความมั่งคั่งก็คือ
ยิ่งคุณมีเงินมากเท่าไร คุณก็มีโอกาสมากขึ้นเท่านั้นที่จะสูญเสียมันไป

ยกตัวอย่างเช่น
คุณจะเห็นว่าคนที่ถูกล๊อตตารี่หรือคนที่ได้รับมรดกมามากมายมหาศาล
เงินของคนคนนั้นจะค่อยๆลดลงมาสู่ระดับความมั่งคั่งเดิมของเขา

ในทางกลับกันถ้าเราเอาเงินหรือบริษัทของมหาเศรษฐีออกไป
เงินก็จะไหลกลับไปสู่ระดับความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีคนนั้น

ความมั่งคั่งไมได้หมายความว่าคุณมีเงินอยู่เท่าไร
แต่ความมั่งคั่งคือเิงินที่คุณยังเหลืออยู่หลังจากคุณสูญเสียมันไปทั้งหมด
:wink:

(ถ้าอ่านแล้วยังงง ต้องตามอ่านตอนต่อไปครับ
จะเข้าใจมากขึ้น เดี๋ยวขอพักเหนื่อยแป๊ปนึงแล้วมาแกะให้ต่อ)
ภาพประจำตัวสมาชิก
NYU
Runner
Runner
 
โพสต์: 220
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 28 มิ.ย., 2005 22:15

โพสต์โดย NYU » จันทร์ 29 ส.ค., 2005 23:15

Plan v.s. Pilot
เครื่องบิน กับ นักบิน

หลายคนที่กำลังตัดสินใจว่าจะใช้เครื่องมืออะไรดีในการลงทุน
เหมือนกับว่ากำลังมองหาเครื่องมือที่ให้
ผลตอบแทนสูงสุด และมีความเสี่ยงต่ำสุด
มันเหมือนกับนักบินที่พยายามมองหาเครื่องบินที่มีความเสี่ยงในการตกต่ำ
แต่ไม่ยอมเรียนรู้วิธีการบิน แล้วก็ขึ้นบิน
แน่นอนว่าเครื่องบินมันก็ตก
แต่นักบินก็มองหาเครื่องบินลำอื่นที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า
เครื่องบินลำนั้นก็ตกอีก
หลังจากเครื่องบินหลายลำตก
นักบินก็เริ่มนึกได้ว่า
มันไม่ใช่เครื่องบินที่เสี่ยง
นักบินต่างหากที่เสี่ยง

ไม่ว่าพาหนะการลงทุนจะเป็นอะไร
ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นธุรกิจ หรือ อสังหาฯ หรือหุ้น
พาหนะที่กล่าวทั้งหมดนี้มีคนขาดทุนมากกว่าทำกำไร
มันไม่ใช่เพราะพาหนะการลงทุนที่ทำให้ขาดทุน
แต่มันคือความสามารถของคนคนนั้นต่างหาก
ในการรู้กฏกติกาของการลงทุนนั้นๆ
และขยายความเชี่ยวชาญในเการลงทุนนั้นๆออกไป
:wink:

แฮ่ แฮ่
รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย NYU เมื่อ อังคาร 30 ส.ค., 2005 16:02, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
NYU
Runner
Runner
 
โพสต์: 220
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 28 มิ.ย., 2005 22:15

โพสต์โดย NYU » จันทร์ 29 ส.ค., 2005 23:55

The Key to Wealth
กุญแจสู่ความมั่งคั่ง

พวกคนรวยๆทั้งหลายที่ประสบความสำเร็จ
ไม่ใช่ว่าคนพวกนั้นเลือกก่อตั้งบริษัทที่เยี่ยมยอด
หรือคนรวยพวกนั้นมีการกลยุทธที่สุดยอด

คนพวกนั้นรวยเพราะมี LUCK :wink:
(เป็นการเล่นคำว่า คนรวยพวกนี้โชคดี)
L Location
U Understanding
C Connection
K Knowledge

ยกตัวอย่างเช่นนักฟุตบอลชื่อดัง
เวน รูนี่ย์ ที่เขายิงประตูได้ เพราะเขามีโชค (LUCK) :)
เขายืนอยู่ในตำแหน่งทีดี
ลูกฟุตบอลที่กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในสนาม ไหลมาตกสูเ้ท้าเขาพอดี
เขาก็เขี่ยลูกฟุตบอลเข้าประตูไป

ในความเป็นจริง
อย่างแรกก็คือ Location
เราต้องลงทุนในเวลาเพื่อที่จะไปอยู่ในตำแหน่งที่ดีและในเวลาที่เหมาะสม

นอกจากนั้นแล้ว เราต้องมีความเข้าใจ (Understanding) ในเกมส์ฟุตบอลนั้นด้วย เราถึงจะรู้ว่าจะทำยังไงกับฟุตบอลเพื่อให้ได้คะแนน
เพราะมีหลายคนที่ยืนในตำแหน่งที่ดีแต่ไม่รู้ว่าจะทำคะแนนกันยังไง
เหมือนกับว่าเราตั้งบริษัทฯแล้วไม่รู้ว่าจะทำกำไรยังไง

พวกเราบางคนตั้งบริษัทแล้วรอบอลมาหา แต่ก็ไม่มีบอลมาหาเราสักที
เพราะไม่มีคนส่งบอลให้ เพราะเราไม่มี Connection
เราไม่ได้สร้างเครือข่ายที่เหมาะสมไว้ ที่จะส่งบอลมาให้เรา

หลังจากเรามีเครือข่ายแล้วลูกบอลก็เริ่มมาหา
สิ่งสุดท้ายเลยก็คือ Knowledge
คือเราต้องรู้ว่าเราจะเตะมันเข้าประตูได้อย่างไร

ถึงแม้เราจะมี LUCK แล้ว
มันก็ยังมีโอกาสที่จะยิงไม่เข้าเหมือนกัน
:wink:

(เอาไว้ว่างๆ จะเกลาสำนวนให้น่าอ่านกว่านี้หน่อยแล้วกัน
วันนี้ง่วงแล้วครับ)
แก้ไขล่าสุดโดย NYU เมื่อ อังคาร 30 ส.ค., 2005 16:09, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
NYU
Runner
Runner
 
โพสต์: 220
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 28 มิ.ย., 2005 22:15

โพสต์โดย tosakp » อังคาร 30 ส.ค., 2005 1:21

ขอบคุณที่แปล VDO ให้เพื่อนๆใน RDT ครับ ซึ้งในน้ำใจ ขอบคุณครับ


...
ภาพประจำตัวสมาชิก
tosakp
Professional
Professional
 
โพสต์: 1356
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 27 มิ.ย., 2005 16:04

โพสต์โดย Tanchaijo » อังคาร 30 ส.ค., 2005 10:44

ขอบคุณด้วยครับคุณ NYU ผมก็พยายามไปฟังมา แต่ก็ยังไม่หมดเหมือนกัน เพื่อเป็นการตอบแทนนำใจของคุณ NYU ต่อไปเราจะไม่สร้างความร้าวฉานให้คุณ NYU แล้วครับ :-#:-#:-#
Tanchaijo
ผู้ก่อตั้ง
ผู้ก่อตั้ง
 
โพสต์: 5159
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 27 มิ.ย., 2005 12:14
ที่อยู่: กรุงเทพฯ

โพสต์โดย กระดานหุ้น » อังคาร 30 ส.ค., 2005 10:51

ผมชอบกระทุ้นี้จัง มาขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ พี่ NYU ในการถ่ายทอดต่อครับ :D
บุคคลจะล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียร :D
กระดานหุ้น
Professional
Professional
 
โพสต์: 1036
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 27 มิ.ย., 2005 19:34
ที่อยู่: บาบิโลน

โพสต์โดย itum16 » อังคาร 30 ส.ค., 2005 11:33

good good good

ขอบคุณครับ :idea:
itum16
Professional
Professional
 
โพสต์: 764
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 19 ก.ค., 2005 11:18

โพสต์โดย NYU » อังคาร 30 ส.ค., 2005 17:12

The Wealth Equation
สมการความมั่งคั่ง

เมื่อเราพูดว่าความมั่งคั่งไม่ได้เกี่ยวกับตัวเงิน
และมันมีสมการของความมั่งคั่งอยู่

ผมอยากอธิบายจากมุมมองที่ว่า ความมั่งคั่งเหมือนดั่งแม่น้ำ
ในขณะแม่น้ำกำลังไหล
คนส่วนใหญ่ก็คิดว่า "แม่น้ำ" นั้นคือ "น้ำ" ที่กำลังไหลอยู่
ในทางที่เดียวกัน เราก็เลยมองความมั่งคั่ง นั้นคือ เงิน

ลองจินตนาการว่ามนุษย์ต่างดาวมาเยี่ยมโลกเรา
แล้วถามมนุษย์โลกว่า "แม่น้ำ" นั้นอยู่ที่ไหน
ใครบางคนตอบว่าลองตามทางน้ำนั้นไปดูสิ
มนุษย์่ต่างดาวก็ทำตามคำแนะนำ
เขาตามไปที่แม่น้ำ
แล้วเขาจ้องมองลงไปที่ "น้ำ"
ขณะที่น้ำไหลผ่านหน้าเขาไป
เขามองตามจนกระทั่งมันไหลหายไป
เขาหันไปมองที่ต้นน้ำอีกที
อ้า..มีน้ำไหลมาใหม่อีกแล้ว
มันต้องไม่ใช่ "น้ำ" แน่เลยที่เรียกว่า "แม่น้ำ"
เพราะ "น้ำ" มันชอบไหลหายไปเรื่อยๆ

ในทางเดียวกัน
เมื่อเรามองไปที่เงินในบัญชีธนาคารของ มหาเศรษฐี ริชาร์ด แบรนสัน
(ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ ที่ขึ้นต้นด้วย Virgin ทั้งหลาย เช่นสายการบิน สถานีวิทยุ ฯลฯ)
เงินที่อยูู่ในบัญชีของเขาค่อยๆไหลหายไปเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ
โอ้..มองไปอีกที เงินมันไหลกลับเข้ามาในบัญชีอีกแล้ว
เงินของเขานั้นยังคงไหลผ่านเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง

ความมั่งคั่งนั้นคือ "แม่น้ำ" มันแตกต่างจาก "ตัวเงิน" หรือ "น้ำ"

สมการของความมั่งคั่งก็คือ
ความมั่งคั่ง = มูลค่า x พลังทวี
Wealth = Value x Leverage

(ยังไม่จบครับ เดี๋ยวมาแกะต่อว่า มูลค่า กับ พลังทวี คืออะไร)
(โอวพระเจ้า ไม่นึกเลยว่าเวลาแปลจากคำพูดแล้วมันจะใช้เวลาเยอะ และเหนื่อยขนาดนี้ ขอพักแป๊ปนึง) :wink:
ภาพประจำตัวสมาชิก
NYU
Runner
Runner
 
โพสต์: 220
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 28 มิ.ย., 2005 22:15

โพสต์โดย โอฬาร » อังคาร 30 ส.ค., 2005 18:13

อดใจรอคุณ NYU แปลอย่างตั้งอกตั้งใจครับ

:lol:
โอฬาร
Professional
Professional
 
โพสต์: 529
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 28 มิ.ย., 2005 2:23

โพสต์โดย NYU » อังคาร 30 ส.ค., 2005 18:22

สมการของความมั่งคั่งก็คือ
ความมั่งคั่ง = มูลค่า x พลังทวี
Wealth = Value x Leverage

มูลค่านั้นคือ ความต่างระดับของแม่น้ำ
น้ำจะไหลจากพื้นที่ ที่มีระดับสูงไปสู่ระดับที่ต่ำกว่า
ในทางเดียวกัน เงินนั้นจะไหลก็ต่อเมื่อ
มีความแตกต่างของมูลค่า
ถ้าคุณไม่สร้างความแตกต่างของมูลค่า เงินก็จะไม่ไหลมาหา
เราสามารถที่ประเมิณความมั่งคั่งได้จากความเร็วในการไหลของมูลค่า

พลังทวีนั้นก็เปรียบเสมือนความกว้างของแม่น้ำ
บิล เกตส์ (เจ้าพ่อไมโครซอร์ฟ) ไม่ได้สร้างโปรแกรมที่มีมูลค่ามากที่สุด
เขาเป็นคนรวยที่สุดในโลก
ก็เพราะเขารู้วิธีการขยายความกว้างของแม่น้ำ
เพื่อที่จะได้ปริมาณเงินให้ไหลมากที่สุด
:wink:
ภาพประจำตัวสมาชิก
NYU
Runner
Runner
 
โพสต์: 220
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 28 มิ.ย., 2005 22:15

โพสต์โดย NYU » อังคาร 30 ส.ค., 2005 18:25

โอฬาร เขียน:อดใจรอคุณ NYU แปลอย่างตั้งอกตั้งใจครับ

:lol:


พี่โอฬาร ช่วยกันบ้างก็ได้นะครับ

ผมขอมอบสิทธินั้นให้ท่านเดี๋ยวนี้ :lol:
ภาพประจำตัวสมาชิก
NYU
Runner
Runner
 
โพสต์: 220
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 28 มิ.ย., 2005 22:15

โพสต์โดย โอฬาร » อังคาร 30 ส.ค., 2005 19:28

NYU เขียน:
โอฬาร เขียน:อดใจรอคุณ NYU แปลอย่างตั้งอกตั้งใจครับ

:lol:


พี่โอฬาร ช่วยกันบ้างก็ได้นะครับ

ผมขอมอบสิทธินั้นให้ท่านเดี๋ยวนี้ :lol:


รอบนี้ขอยกให้คุณ NYU แปลก่อนนะ ไว้ไปแคมป์กัน จะเล่าอะไรสนุกๆ ให้ฟัง
โอฬาร
Professional
Professional
 
โพสต์: 529
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 28 มิ.ย., 2005 2:23

โพสต์โดย itum16 » อังคาร 30 ส.ค., 2005 19:35

อดใจรอพี่โอฬาร เล่าอะไรสนุกๆ ให้ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจครับ
:lol: :lol: :lol:
itum16
Professional
Professional
 
โพสต์: 764
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 19 ก.ค., 2005 11:18

โพสต์โดย Tanchaijo » อังคาร 30 ส.ค., 2005 20:04

โอฬาร เขียน:รอบนี้ขอยกให้คุณ NYU แปลก่อนนะ ไว้ไปแคมป์กัน จะเล่าอะไรสนุกๆ ให้ฟัง


ไอ้ที่สนุกๆของพี่โอฬารนี่ไม่อยากจะคิดเลย กึ๋ย..... :shock:
Tanchaijo
ผู้ก่อตั้ง
ผู้ก่อตั้ง
 
โพสต์: 5159
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 27 มิ.ย., 2005 12:14
ที่อยู่: กรุงเทพฯ

โพสต์โดย NYU » พุธ 31 ส.ค., 2005 0:38

The 2 Opposites of Value
มูลค่าสองชนิด ที่อยู่ตรงข้ามกัน
(Intuitive thinking vs Sensory Thinking)

โดยธรรมชาติของผม
เวลาเรากอดอกจะเอามือซ้ายทับมือขวา
ผมอาจจะฝึกโดยการเอามือขวาทับมือซ้าย
แต่นั่นมันไม่ใช่ธรรมชาติของผม
เวลาผมเล่นเกมส์เพลินๆ ผมก็กลับเอามือซ้ายทับมือขวาเหมือนเดิมโดยไม่รู้ตัว
(โรเจอร์ พยายามจะบอกว่าเรามีสัญชาติญาณ ในการคิดโน้มเอียงไปทางใดทางหนึ่ง)

บางคนเกิดมามีความคิดด้วยการหยั่งรู้โดยสัญชาติญาณ (Intuitive thinking)
เหมือนกับมีหัวอยู่ในก้อนเมฆ หรือมีคลื่นความคิดที่อยู่ในย่านความถี่สูง
ยกตัวอย่างเช่น บิล เกตส์
เขาเป็นคนที่เกิดมามีความคิดด้วยการหยั่งรู้โดยสัญชาติญาณ
เขาเป็นคนที่สร้างมูลค่าด้วยการคิดค้นประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ
คนประเภทนี้จะคิดในสิ่ง ที่ทำให้เร็วขึ้น ใหญ่ขึ้น หรือทำให้เล็กลง
นี่เป็นการสร้างมูลค่าอย่างหนึ่ง
ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ เงินก็เริ่มที่จะไหลมาหาเขา

วอร์เรน บัฟเฟต คือคนที่รวยที่สุดในโลกเป็นอันดับสองรองจาก บิล เกตส์
เขาไม่ได้เป็นคนที่สร้างนวตกรรมอะไรใหม่ๆ
เขามีความคิดด้วยการตรวจจับ (Sensory thinking)
ทำให้การกะจังหวะเวลาของเขา้ดีขึ้น
เขาแค่ทำการซื้อของถูก แล้วขายได้ในราคาที่สูง
รู้จังหวะในการซื้อขาย
นั่นคือหลักพื้นฐานของคนที่มีความสามารถนี้ในการสร้างมูลค่า
คนพวกนี้มีหูที่ติดดิน แทนที่จะมีหัวอยู่ในก้อนเมฆ
(เฮอะๆ head in a cloud หัวอยู่ในก้อนเมฆ แปลตรงตัวนี่แหละ เพราะไม่รู้ว่าจะเทียบเคียงเป็นสำนวนไทยว่าอะไรดี) :wink:
แก้ไขล่าสุดโดย NYU เมื่อ พุธ 31 ส.ค., 2005 10:51, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
NYU
Runner
Runner
 
โพสต์: 220
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 28 มิ.ย., 2005 22:15

โพสต์โดย NYU » พุธ 31 ส.ค., 2005 0:41

ผมคิดว่า ผมคงจะไม่สามารถแกะต่อแล้วนะครับ
เพราะมันต้องใช้รูปภาพและการอธิบายเพิ่มเติมมาก

ใครสนใจไว้เจอกันแล้วผมค่อยอธิบายให้ดีกว่าครับ
:wink:
ภาพประจำตัวสมาชิก
NYU
Runner
Runner
 
โพสต์: 220
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 28 มิ.ย., 2005 22:15

โพสต์โดย โอฬาร » พุธ 31 ส.ค., 2005 0:53

เอารูปมาแปะเรียกน้ำย่อยก่อนก็ได้ครับ :D
โอฬาร
Professional
Professional
 
โพสต์: 529
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 28 มิ.ย., 2005 2:23

โพสต์โดย itum16 » พุธ 31 ส.ค., 2005 8:30

:shock: :cry: อย่าจบเร็วอย่างนี้สิครับกำลังหนุกเลย [-o< [-o<
itum16
Professional
Professional
 
โพสต์: 764
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 19 ก.ค., 2005 11:18

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง Financial Literacy

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน