ติดต่อเรา
 
หน้าแรก เว็บบอร์ด สมัครสมาชิก บทความ เกี่ยวกับชมรม ติดต่อ Web Master sitemap
RichdadThai.com

ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ฟอรัมเกี่ยวกับ การลงทุน ใน อสังหาริมทรัพย์

Moderator: Tanchaijo

ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

โพสต์โดย Tanchaijo » ศุกร์ 26 ส.ค., 2005 13:45

ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

หลักการ
ให้มีกฎหมายว่าด้วยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
เหตุผล
โดยที่กฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดินและกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ได้ใช้บังคับเป็นเวลานานแล้วการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าวไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน ประกอบกับการประเมินภาษีตามกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าวไม่สอดคล้องกัน เนื่องจากภาษีโรงเรือนและที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดินที่คิดคำนวณจากค่ารายปีของโรงเรือน และภาษีบำรุงท้องที่ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่คิดคำนวณจากราคาปานกลางของที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการกำหนดราคาปานกลางของที่ดินสำหรับการประเมินภาษีบำรุงท้องที่ ตลอดจนขั้นตอนการดำเนินการและปฏิบัติการในเรื่องต่างๆยังแต่ต่างกัน สมควรยกเลิกกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าว และให้ใช้กฎหมายว่าด้วยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแทน โดยประเมินฐานภาษีจากมูลค่าทั้งหมดของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง และจัดเก็บโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งสมควรกำหนดให้การดำเนินการต่างๆเกี่ยวกับการเก็บภาษีสอดคล้องกับหลักการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 35 และมาตรา 48 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า
Tanchaijo
ผู้ก่อตั้ง
ผู้ก่อตั้ง
 
โพสต์: 5159
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 27 มิ.ย., 2005 12:14
ที่อยู่: กรุงเทพฯ

โพสต์โดย Tanchaijo » ศุกร์ 26 ส.ค., 2005 13:47

บทความพิเศษ RE Journal ฉบับที่ 36 (มีค.-เมย. 2547)


ภาษีทรัพย์สิน ต้องเป็นธรรมและไม่ซ้ำซ้อน


เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปแสดงความคิดเห็นผ่านจอแก้วกับท่านรองผู้ อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ทาง UBC 9 ใน ประเด็น "ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง" ที่อยู่ในระหว่างการยกร่าง และรัฐบาลประกาศจะบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคมปีหน้า

ภาษีทรัพย์สินฉบับดังกล่าวนี้ กระทรวงการคลังจะจัดเก็บกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านรวมทั้งห้องชุดคอนโดฯทุกรายในอัตรา 0.1% ของราคาประเมิน ไม่ว่าจะมีที่ดินจำนวนมากๆหรือน้อยๆแค่แมวดิ้นตาย

จะว่าไปแล้ว "ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง" ที่ท่านนายกฯพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร คงนโยบายสานต่อรัฐบาลชุดก่อนๆต้องยอมรับว่าเป็นกฎหมายที่ดีและหลายๆประเทศ อย่างเช่นประเทศในยุโรปหรืออเมริกาเขาบังคับใช้มานมนาน สำหรับของเรานั้นเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะนำพระราชบัญญัตินี้มาประกาศใช้เหมือนเขาเสียที เพียงแต่กฎเกณฑ์ที่กำหนด ขึ้นใหม่จะต้อง "ไม่ซ้ำซ้อน" กับภาษีที่รัฐจัดเก็บอยู่เดิม และต้องตั้งอยู่บนรากฐานของ "ความเป็นธรรม" ต่อผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทุกอาชีพและทุกกลุ่มชน

การยึดถือหลักเกณฑ์สำคัญสองประการข้างต้นก็คือ เมื่อเริ่มบังคับใช้ภาษีทรัพย์สินตัวใหม่จะต้องประกาศยกเลิกกฎระเบียบเดิมทันทีพร้อมๆกัน

ไม่ว่าจะเป็น "ภาษีธุรกิจเฉพาะ"ที่สรรพากรจัดเก็บตอนขายในอัตราร้อยละ 3.3 ไม่ว่าจะเป็น "ค่าธรรมเนียมการโอน" และ "ค่าจดจำนอง" ที่เรียกเก็บกับผู้ซื้อที่ดินและบ้าน แม้จะไม่มากไม่มายก็ถือว่าซ้ำซ้อนควรยกเลิกไป

ไม่ว่าจะเป็น "ภาษีโรงเรือนและที่ดิน" สำหรับร้านค้าหรือให้เช่ารวมทั้งประกอบอุตสาหกรรมทั้งเล็กใหญ่ก็ควรประกาศยกเลิกไปพร้อมๆ ด้วยเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็น "ภาษีบำรุงท้องที่" ที่จัดเก็บการใช้ที่ดินเพื่ออยู่อาศัยหรือสัตว์เลี้ยงรวมทั้งเพื่อประกอบการกสิกรรม ซึ่งรัฐเรียกเก็บในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 0.25 ของราคาที่ดินปานกลาง

และไม่ว่าจะเป็น "ภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์" ที่รัฐจัดเก็บจากการซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทุกครั้งที่ทำนิติกรรมการโอน

นอกจากนั้น เพื่อพิทักษ์ไว้ซึ่งความเป็นธรรม "ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง" ฉบับใหม่จะต้องไม่ลืมบัญญัติกฎกติกาที่สำคัญอย่างน้อยๆสี่ห้าประการต่อไปนี้เอาไว้ด้วย

ประการแรก "งดเว้น" หรือจัดเก็บใน "อัตราต่ำ" สำหรับบ้านอยู่อาศัยหลังแรกที่มีชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทะเบียน สำมะโนครัว โดยจำกัดจำนวนที่ดินที่ผ่อนผันเนื้อที่ควรไม่เกินห้าสิบหรือหนึ่งร้อยตารางวาเท่านั้น

ประการที่สอง "งดเว้น" หรือจัดเก็บใน "อัตราต่ำ" สำหรับที่ดินที่ใช้เพื่อการเกษตรกรรมของชาวไร่ชาวนา

ประการที่สาม เรียกเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใน "อัตราก้าวหน้า" กับเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารหรือ บ้านหลังที่สองเป็นต้นไป 3 กรณีคือ

"ผู้ที่ครอบครองที่ดินและบ้านจำนวนยิ่งมากยิ่งต้องเรียกเก็บภาษีแพง"

"การครอบครองกรรมสิทธิ์ยิ่งนานยิ่งต้องจ่ายภาษีทวีคูณ" และ

"กรณีไม่ใช้ประโยชน์ในที่ดินและอาคารจะต้องจ่ายเพิ่มอีกหนึ่งหรือสองเท่าตัว"

จะว่าไปแล้วการจัดเก็บในอัตราก้าวหน้าที่ดินและบ้านก็คล้ายๆกับคิดค่าน้ำประปานั่นแหละ

หากมีการตรากำหนดกฎเกณฑ์เอาไว้ในพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างครบถ้วน ประโยชน์หรือผลดีก็จะเกิดกับประเทศชาติหลายประการ

อย่างแรก รัฐมี "รายรับเพิ่ม" เพราะจัดเก็บได้ทุกปี ซึ่งแตกต่างจากกฎระเบียบเดิม ทั้งภาษีธุรกิจเฉพาะ ทั้งค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการซื้อขายหรือเมื่อเปลี่ยนมือ นอกจากนั้นยังเป็นการจัดเก็บในอัตราก้าวหน้ากับผู้ที่มีบ้านหลายหลังและมีที่ดินจำนวนเกิน 50-100 ตารางวาขึ้นไป

ประการต่อมามีความ "เป็นธรรม" สำหรับผู้มีบ้านมีที่ดินเพียงกระแบะมือจะจ่ายน้อย ส่วนเศรษฐี มหาเศรษฐีที่มีคฤหาสน์และมีที่ดินแทบจะทุกทำเลทองของประเทศไทยก็มีภาระหน้าที่ต้องจ่ายภาษีมากกว่าประชาชนผู้มีเบี้ยน้อยหอยน้อย

ข้อดีอีกประการของภาษีทรัพย์สินคือมีผลทำให้ราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างราคาลดลงทันที อย่างน้อยๆ ยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนในระยะต่อไปการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ราคาจะไม่เพิ่มหรือลดโดยไร้เหตุผลเหมือนเช่นอดีตที่ผ่านๆมา

ผลพวงต่อเนื่องในด้านดีอันเกิดจากการจัดเก็บภาษีในรูปแบบใหม่อีกส่วนก็คือ "ที่ดินจะเกิดคุณค่า" ทุกทำเลทุกท้องที่ไม่ถูกปล่อยให้ทิ้งร้างเหมือนเช่นที่พบเห็นอยู่มากมาย ซึ่งนึกๆแล้วน่าเสียดายเพราะบางที่บางแห่งมีทั้งน้ำทั้งไฟและถนนตัดผ่าน ส่วนบางทำเลอย่างแถวๆ รังสิต ปทุมธานี ยันนครนายก ยังติดคลองชลประทานเหมาะแก่การเพราะปลูกตลอด ปี ขับรถผ่านแล้วลองเหลียวดูเถอะจะพบว่าส่วนใหญ่วัชพืชปกคลุมเขียวครึ้ม นึกๆ แล้วแสนสงสารเกษตรกรที่ไม่มีผืนดินสักกระแบะมือทำไร่ทำนาจับจิต

ข้อดีประการสุดท้าย เมื่อมีการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้คือ การลงทุนของรัฐโดยเฉพาะเขื่อนและคลองส่งน้ำรวมทั้งการตัดถนนหนทางจะไม่สูญเปล่าอีกต่อไป ทั้งนี้ก็เพราะเชื่อว่าผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ไม่ถนัดในการทำนาทำไร่คงจะโอนขายให้กับผู้มีอาชีพเกษตรกรแน่นอน

โปรดอย่าลืมว่าอดีตที่ผ่านๆ มา รัฐเบิกจ่ายงบประมาณพัฒนาในส่วนนี้ปีละนับหมื่นๆ ล้านบาท ซึ่งทุกๆ งานมักจะมีข้ออ้างเกษตรกรรมพ่วงท้ายอยู่ด้วยเสมอ

ที่คิดและเขียนอย่างนี้ก็เพราะหากไม่มีการตรากฎหมายออกมาป้องกันผืนแผ่นดินที่เหมาะต่อการเพาะปลูกและอยู่อาศัยจะตกอยู่ในมือของผู้มีฐานะร่ำรวยแทบทั้งนั้น ส่วนที่เหลืออยู่บ้างก็ไม่มีทั้งน้ำทั้งไฟ แถมยังอยู่ลึกจากถนนสายหลัก สายรองหลายสิบลี้

บ่นให้ฟังโดยไม่ยกตัวอย่างเดี๋ยวจะหาว่าอิจฉาตาร้อนเศรษฐี เคยมีเจ้าแม่อสังหาฯท่านหนึ่งไปไหนมาไหนพบทำเลสวยๆ มักจะสั่งเลขาฯทำการเจรจาขอซื้อจน มีโฉนดที่ดินเก็บตุนล้นตู้ วันหนึ่งผ่านไปแถวๆ ถนนที่เพิ่งตัดใหม่ เกิดชอบใจผืนดินรกเรื้อแปลงงาม ตามเคยรีบสั่งผู้ติดตาม ทำการติดต่อเจ้าของเพื่อเจรจาขอซื้อ สองสามวันถัดมาเลขาฯถือโฉนดเข้ามารายงาน

"พบแล้วค่ะเจ้าของที่ดินผืนดังกล่าวเป็นของท่านเองค่ะ..ซื้อไว้ตั้งสี่ห้าปีแล้วนี่ คะ"

จึงขอย้ำดังๆ อีกทีว่า พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็น "ของดี" เพียงแต่มีข้อแม้ว่ากฎกติกาต้องครอบคลุมครบถ้วนทุกประเด็นที่ว่าๆ มาข้างต้นเท่านั้นแหละ

อย่าทำเป็นเล่นไปหากกฎหมายฉบับนี้ประกาศได้ ที่ห่วงๆ กันว่า ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร จะสรรหางบประมาณที่ไหนมาสนองนโยบายสารพัดโครงการเอื้ออาทร อาจจะไม่เป็นปัญหาหนักอกอีกต่อไป

ว่าแต่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะผลักดันเรื่องนี้สำเร็จละหรือ เพราะรู้ๆกันอยู่ว่ารัฐบาลนี้ประกอบไปด้วยอัครมหาเศรษฐีกว่าครึ่งค่อน เอาเฉพาะที่นั่งประชุมกันทุกวันอังคารมูลค่าทรัพย์สินรวมๆ เกือบแสนล้านเข้าไปแล้ว

แต่ถ้าจะคิดตรา พ.ร.บ.แบบตัด ตอน คิดภาษีในระบบก้าวหน้าเฉพาะที่ดินปล่อยทิ้งร้างเพียงประการเดียวอย่างที่ เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ประเด็นอื่นๆ ยก ทิ้งไปไม่สนใจอีกละก็ แม้ พ.ร.บ.ฉบับ นี้จะผ่านความเห็นชอบจากสภาสามวาระรวดไม่ตกม้าตายอย่างในอดีตที่ผ่านมา เชื่อว่าผู้คนและสื่อมวลชนจะรุมกันประณามอย่างเซ็งแซ่อีกหนว่า เป็นกฎหมายที่ช่วยเหลือพรรคพวกและเพื่อนพ้องเหมือนเช่นการนำการประปาฯและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ยังไงยังงั้น
Tanchaijo
ผู้ก่อตั้ง
ผู้ก่อตั้ง
 
โพสต์: 5159
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 27 มิ.ย., 2005 12:14
ที่อยู่: กรุงเทพฯ

โพสต์โดย Belffet » เสาร์ 10 ก.ย., 2005 23:08

พี่โจ้ครับ

ผมอ่านข่าวเจอเมื่อราวเดือน มีนาคม 48 เห็นว่ามีการเปลี่ยนอัตราภาษีเป็รสองอัตรา คือพวกบ้านอยู่อาศัยเก็บไม่เกิน 0.1 แต่ถ้าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่เป็นเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เก็บไม่เกิน 0.3

ไม่ทราบสรุปแล้วอันไหนถือเป็นข่าวและข้อมูลล่าสุดสำหรับกฎหมายฉบับนี้กันแน่ครับพี่ครับ

(ดูรายละเอียดด้านล่างครับ)


ร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินได้ข้อสรุป เก็บ 2 อัตราสกัดปัญหาไม่เป็นธรรม
4 มีนาคม 2548 16:17 น.


คลัง/มหาดไทยได้บทสรุป ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ เห็นชอบจัดเก็บ 2 อัตรา กำหนดเพดานสูงสุด 0.095% ต่ำสุด 0.025% ตามประเภทการใช้สอย และประกาศราคาประเมินในทุก 4 ปี สกัดปัญหาความไม่เป็นธรรม คาดเสนอที่ประชุมครม.มี.ค.นี้

ก่อนที่ "ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง"ซึ่งเป็นโครงสร้างภาษีใหม่ที่กระทรวงการคลังเตรียมนำมาใช้แทนการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 และพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ.2508 จะประกาศใช้ในปีงบประมาณ 2549 ได้มีการหาแนวทางในการจัดเก็บภาษีร่วมกันระหว่างหน่วนงายที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลัง

โดยก่อนหน้านี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้ เป็นประเด็นความขัดแย้งอย่างร้อนแรงระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลัง เพราะมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน โดยอัตราภาษีที่กระทรวงการคลังเสนอในครั้งก่อน คือ ให้การจัดเก็บอัตราภาษีในอัตราเดียว คือ ไม่เกิน 0.1% ของมูลค่าทรัพย์สิน จากปัจจุบันที่เก็บอยู่ในอัตรา 12.5% ของค่าเช่า

"หากเป็นไปตามนั้น ผลที่จะตามมาหลังมีการประกาศใช้จะทำให้เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่เคยเสียภาษีนี้มาก่อน ต้องเสียภาษีเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง โดยเฉพาะผู้บริโภคที่ซื้อบ้านและผู้มีรายได้น้อยจะต้องมีภาระเพิ่มขึ้นจากเดิม นอกจากนี้แล้วในส่วนของที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าหากไม่ทำประโยชน์จะต้องเสียภาษีในอัตราก้าวหน้า ซึ่งจะมีผลกระทบกับเจ้าของที่ดินที่เป็นเกษตรกรโดยตรง"วัลลภ พริ้งพงษ์ รองอธิบดี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าว

อย่างไรก็ดี กระทรวงมหาดไทยเห็นว่า ควรมีการกำหนดอัตราภาษีมากกว่า 1 อัตรา เพราะการเก็บอัตราเดียวไม่มีความเป็นธรรมต่อประชาชน เนื่องจากเกิดความแตกต่างระหว่างสิ่งปลูกสร้างซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัย และสิ่งปลูกสร้างในทางธุรกิจ เพราะสิ่งปลูกสร้างเพื่อประกอบธุรกิจก่อให้เกิดรายได้ และสร้างมลพิษมากกว่า

สำหรับความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ....... หลังจากที่กระทรวงการคลังดำเนินการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อยุติในเนื้อหาสาระ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 1.2 (ฝ่ายความมั่นคงและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ) ซึ่งเป็นผลจากการที่กระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยได้เสนอขอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวในบางประเด็นนั้น ขณะนี้กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานกฤษฎีกา มีความเห็นไปในทางเดียวกันแล้ว รอเพียงให้กระทรวงการคลังเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาภายในเดือนมีนาคม 2548

โดยอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น ได้ข้อสรุปให้มีการจัดเก็บเป็น 2 อัตรา โดยมีการกำหนดเพดานการจัดเก็บไว้ที่ 0.1%ของราคาประเมินทุนทรัพย์ โดยกรมที่ดิน ซึ่งขณะนี้ขึ้นอยู่กับกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง จะมีการประกาศราคาประเมินในทุกๆ 4 ปี กำหนดอัตราสูงสุดในการจัดเก็บจริง 0.095% และอัตราต่ำสุดที่จะจัดเก็บ 0.025% ตามประเภทการใช้สอย โดยแบ่งอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งจะคิดในอัตราไม่เกินปีละ 0.1% ของราคาประเมิน

ส่วนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอื่นที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ ทั้งอาคารพาณิชย์ ตึกแถว โรงแรม หรือโรงงาน จะจัดเก็บไม่เกินปีละ 0.3% จากเดิมที่ ก.ม.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 และ ก.ม.ภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 ได้กำหนดภาษีสูงถึง 12.5% ของค่าเช่ารายปีหรือค่าเช่าต่อปี ซึ่งทำ ให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้เสียภาษี

สำหรับการจัดเก็บภาษีนี้ จะมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดเก็บทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการกระจายอำนาจการคลังให้แก่ท้องถิ่น โดยรายได้ที่เกิดขึ้นจากส่วนนี้ แม้ว่าจะไม่ได้ช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐบาลโดยตรง แต่เป็นการลดภาระเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่จะต้องลงไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบภายหลังจากที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบังคับใช้นั้น จะทำให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถกำหนดอัตราภาษีที่เหมาะสมแก่การพัฒนาท้องถิ่นของตน และจะทำให้มีการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากจัดเก็บภาษีจากที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามควรแก่สภาพที่ดินในอัตราที่สูงกว่าปกติหรือที่เรียกว่าอัตราก้าวหน้าด้วย

รังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกองค์กรบริหารตำบลบึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ผู้ที่ซื้อบ้านใหม่และสร้างบ้านใหม่โดยเฉพาะผู้ที่ซื้อบ้านในโครงการจัดสรร จะเสียเปรียบ เนื่องจากผู้ประกอบการได้บวกภาษีต่าง ๆ ไว้ในต้นทุนบ้านก่อนขายแล้ว ทั้งภาษีที่ดิน ค่าธรรมเนียมการโอนภาษีธุรกิจเฉพาะ ฯลฯ
Belffet
Runner
Runner
 
โพสต์: 197
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 19 ก.ค., 2005 14:51

โพสต์โดย Tanchaijo » อาทิตย์ 11 ก.ย., 2005 19:08

ก็ตรงนี้เท่าที่รู้ก็ยังไม่มีอะไรลงตัวแน่นอนครับ คงต้องรอให้เค้าเถียงกันให้จบก่อนก็แล้วกัน ถ้าฝุ่นหายตลบแล้วคงจะเห็นอะไรชัดขึ้น แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าเป็นเมื่อไหร่ เพราะมันก็กระทบผลประโยชน์หลายคนเหมือนกันครับ
Tanchaijo
ผู้ก่อตั้ง
ผู้ก่อตั้ง
 
โพสต์: 5159
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 27 มิ.ย., 2005 12:14
ที่อยู่: กรุงเทพฯ

ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

โพสต์โดย สุธน หิญ » ศุกร์ 16 ก.ย., 2005 22:09

ผมขอเสนอทัศนะเก่าแต่ไม่ค่อยเป็นที่ทราบกันเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน ลองเปรียบเทียบกับข้อเสนอด้านภาษีกับของท่านอื่นและทางราชการเอาเองก็แล้วกันครับ:--

ความอยุติธรรมขั้นฐานรากของสังคม
คือการปล่อยให้เจ้าของที่ดินได้ประโยชน์ไปจากค่าเช่า/ราคาที่ดินที่สูงขึ้น
ทั้งๆ ที่ความเป็นเจ้าของที่ดินไม่มีส่วนทำให้ที่ดินมีค่าเช่า/ราคาขึ้นมา
และไม่มีส่วนร่วมในการผลิตเหมือนผู้ทำงานและผู้ลงทุน
แต่กฎหมายไร้ธรรมกลับให้สิทธิ์เจ้าของที่ดินเรียกส่วนแบ่งจากการผลิต

ที่ดินนั้นเจ้าของที่ดินไม่ใช่ผู้สร้าง
และมีค่าเช่า/ราคาขึ้นมาเพราะการกระทำของประชาชนส่วนรวม เช่น
การมีประชากรเพิ่มทำให้ต้องขยายที่ทำกินออกจากชายขอบ
(ขอบริมแห่งการผลิต
สุธน หิญ
 

ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

โพสต์โดย สุธน หิญ » ศุกร์ 16 ก.ย., 2005 22:19

วิธีแก้ความยากจนท่ามกลางความก้าวหน้า
จาก Quotes by Henry George ที่ http://members.aol.com/_ht_a/tma68/george.htm

(ตอนนี้เป็นตอนที่ 10 ของ 22 ตอนของ Quotes by Henry George)
สุธน หิญ
 

โพสต์โดย Tanchaijo » เสาร์ 17 ก.ย., 2005 9:49

ขอบคุณ คุณสุธน หิญ ที่ได้นำเอามุมมอง ข้อคิดเห็นดีๆมาแลกเปลี่ยนกันนะครับ

ถ้ายังไงก็ขอเชิญลงทะเบียนเป็นสมาชิก RDT ได้นะครับ จะได้แวะเวียนมาแบ่งปันไอเดียเพิ่มเติมอีก ในโอกาสต่อๆไปครับ :) :) :)
Tanchaijo
ผู้ก่อตั้ง
ผู้ก่อตั้ง
 
โพสต์: 5159
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 27 มิ.ย., 2005 12:14
ที่อยู่: กรุงเทพฯ

ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

โพสต์โดย สุธน » เสาร์ 17 ก.ย., 2005 10:56

ขอบคุณครับ ผมสมัครเป็นสมาชิกตามคำเชิญแล้วครับ
สุธน
 

โพสต์โดย Tanchaijo » เสาร์ 17 ก.ย., 2005 11:22

ยินดีต้อนรับครับ
Tanchaijo
ผู้ก่อตั้ง
ผู้ก่อตั้ง
 
โพสต์: 5159
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 27 มิ.ย., 2005 12:14
ที่อยู่: กรุงเทพฯ


ย้อนกลับไปยัง อสังหาริมทรัพย์

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน